โค้ชเฮง เชื่อมือ นิชิโนะ ประสบการณ์เก๋าพอ – รับแข้งไทยยังไม่ถึงกุนซือ

โค้ชเฮง เชื่อมือ นิชิโนะ ประสบการณ์เก๋าพอ – รับแข้งไทยยังไม่ถึงกุนซือ

 

โค้ชเฮง วิทยา เลาหกุล อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ฝ่ายเทคนิค เผย อากิระ นิชิโนะ มองขาดเรื่องเทคนิคส่วนตัว ชี้เก๋าพอพาช้างศึกเล่นได้ทุกสไตล์ แต่ยอมรับแข้งไทยมาตรฐานยังห่างจากความสามารถของกุนซือ วอนแฟนบอลเห็นใจช่วงแรกอาจเชียร์เหนื่อย

โค้ชเฮง – ความคืบหน้าการสรรหาหัวหน้าผู้ฝึกสอน “ช้างศึก”ทีมชาติไทย โดยก่อนหน้านี้ยังรอความชัดเจนของ อากิระ นิชิโนะ อดีตกุนซือทีมชาติญี่ปุ่น ชุดฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่ประเทศรัสเซีย เมื่อปี 2018 อย่างไรก็ตามสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยืนยันว่าได้ส่งร่างสัญญาอย่างเป็นทางการให้กุนซือวัย 64 ปีพิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียง นิชิโนะ เคลียร์งานที่สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นแล้วเสร็จจะมีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ ทำให้เป็นที่แน่นอนแล้วว่ากุนซือทีมชาติไทยจะเป็น อากิระ นิชิโนะ โดยเป็นโค้ชต่างชาติชาวเอเชียคนแรกที่คุมทัพทีมชาติไทย

เกี่ยวกับเรื่องนี้โค้ชเฮง-วิทยา เลาหกุล อุปนายกสมาคมฝ่ายเทคนิค เผยว่า การที่ไทยได้โค้ชชาวญี่ปุ่นรายนี้มาคุมทัพเชื่อว่าจะช่วยเปลี่ยนแนวทางการเล่นของทัพช้างศึกให้ต่างจากเดิม เพียงแต่ตนเห็นใจโค้ชเนื่องจากผลการเก็บสถิติของนักเตะไทยเห็นได้ชัดว่ายังห่างจากมาตรฐานที่นิชิโนะเคยทำงานมา

“เรื่องสไตล์การเล่นนั้น แน่นอนว่าแฟนบอลชาวไทย หรือแฟนบอลทั่วโลกชื่นชอบการเล่นแบบเอนเตอร์เทน เปิดเกมรุกเข้าใส่สร้างความตื่นเต้นในสนาม เราเองอยากให้ทีมเป็นเช่นนั้น เพียงการเล่นแต่ละสไตล์นั้นมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ถ้าเล่นเกมรุกสนุกแต่จบด้วยการพ่ายแพ้สุดท้ายแล้วแฟนบอลไทยคงตำหนิอยู่ดี แต่ถ้าเล่นเกมรับไม่สวยงามแต่ทีมชนะต้องมีคนเห็นชอบ เรื่องนี้เราคงคาดหวังไม่ได้ว่าโค้ชใหม่จะเล่นสไตล์ไหน”

“สิ่งสำคัญที่สุดนั่นคือตัวของนักเตะเอง ว่ามีความสามารถแค่ไหน มีความรู้ความเข้าใจเกมของตัวเองมากเพียงใด เพราะหากนักเตะรู้ว่าหน้าที่ของตัวเองต้องทำอะไร โค้ชสามารถที่จะจัดแผนการเล่น รวมถึงการสร้างสไตล์การเล่นที่ชัดเจน แต่ผมต้องบอกว่าจากสถิติที่ผ่านมานักฟุตบอลไทยยังไม่แสดงให้เห็นเลยว่าทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง ยกตัวอย่างเกมที่ชลบุรี เอฟซี พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งนิชิโนะเข้าไปเกมนั้นด้วย ได้ตั้งคำถามเกี่ยวนักเตะหลายคน ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้เล่นในทีมชุดใหญ่ว่าทำยืนตำแหน่งแบบนั้น ทำไม่หาพื้นที่สร้างโอกาส และอีกหลายเรื่อง นั่นแสดงให้เห็นว่านิชิโนะเป็นคนที่มองออกว่าใครควรทำอะไร หากต้องเล่นเกมลักษณะไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเล่นโดยไม่มีลูกบอล การหาพื้นที่เพื่อสร้างโอกาส”

“จริงอยู่ที่เรามีผู้เล่นทีมชาติหลายคนไปค้าแข้งต่างประเทศ แต่จากการเก็บสถิติจะเห็นได้ว่าทุกคนยังไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเองเท่าที่ควร แม้ว่าในรายของชนาธิป สรงกระสินธ์ จะได้รับคำชมพอสมควร แต่เขาจะเป็นนักเตะที่ดีกว่านี้หากมีการขยับหาพื้นที่ว่างหรือโอกาสที่จะรับบอลต่อไปสร้างเกมบุก”

“ความจริงผมยอมรับว่าค่อนข้างเป็นห่วง นิชิโนะ เหมือนกันเพราะก่อนหน้านี้ทำงานกับนักเตะที่มีความรู้เรื่องฟุตบอล รู้เรื่องหน้าที่ของตัวเองเมื่ออยู่ในสนาม หากนิชิโนะมารับงานทีมชาติไทยแล้วจะหาผู้เล่นแบบนั้นได้ยากมาก ดังนั้นเชื่อว่าผลงานช่วงแรกอาจจะไม่ถูกใจแฟนบอลไทย อย่างไรก็ตามผมอยากให้ทุกคนเห็นใจเพราะโค้ชเข้ามารับงานค่อนข้างกระชั้นชิด อาจจะปรับเปลี่ยนอะไรไม่ได้มาก คงต้องให้เวลาในการทำงานมากกว่านี้”

“ส่วนเรื่องนักเตะไทยหากหวังจะติดทีมชาติภายใต้การนำของ นิชิโนะ ผมคงแนะนำได้เพียงว่าต้องเรียนรู้ทั้งตัวเอง และศึกษาแนวทางการเล่นของนักเตะอาชีพระดับโลก เพื่อให้รู้ตัวเองว่าควรทำอย่างไรทั้งตอนที่มีลูกฟุตบอล รวมถึงตอนไม่มีบอล เพราะอย่างที่ผมบอกไว้ว่าจากสถิติที่่ฝ่าเทคนิคทีมชาติไทยเก็บไว้ยังไม่มีผู้เล่นคนใดที่ทำหน้าที่ของตัวเองแล้วสามารถส่งเสริมเพื่อนร่วมทีมให้เกิดมิติที่แตกต่างได้ อย่างเช่นกองหลังเมื่อโดนกดดันแค่เตะบอลทิ้ง กองกลางแค่รับบอลแล้วจ่ายต่อไปข้างหน้า ขณะที่กองหน้าน้อยคนจะหาช่องว่างเพื่อให้เพื่อนจ่ายบอลหรือหาช่องในการเข้าทำ ซึ่งเรื่องนี้สมาคมฟุตบอลกำลังเร่งส่งเสริมให้นักเตะรุ่นใหม่ได้เรียนรู้โดยทีมที่เห็นชัดว่าพัฒนามากขึ้นมากที่สุดในตอนนี้คือเยาวชนรุ่น 17 ปี”

“ส่วนเรื่องโค้ชทั้งประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา การผ่านเวทีระดับโลกมากมายสามารถปรับแผนเปลี่ยนสไตล์การเล่นได้ทุกอย่างอยู่แล้ว ปัจจัยเดียวที่จะทำให้เป็นไปตามที่โค้ชต้องการได้คือความสามารถของนักเตะไทย”

แนะนำ